กรอบรูปภาพวาดศิลปะ: วัสดุที่ถูกต้องตามประเภทงาน
27 มิถุนายน 2569 · 6 นาที
เขียนโดย ยงยุทธ สังข์โพธิ์

มีลูกค้าคนหนึ่งเดินเข้าร้านพร้อมภาพสีน้ำขนาด A3 ฝีมือละเอียดมาก เป็นภาพทุ่งดอกไม้ที่ศิลปินวาดให้เป็นของขวัญวันเกิด หลังจากกรอบอยู่มาได้ 3 ปี ขอบภาพเริ่มมีคราบน้ำตาลจางๆ ปรากฏขึ้น และสีในบางพื้นที่เริ่มซีดลงอย่างเห็นได้ชัด
ผมดูแล้วรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น mat board ธรรมดาที่แนบชิดภาพมีกรดสะสมอยู่ภายใน กรดนั้นค่อยๆ ซึมเข้าหาขอบกระดาษทีละน้อยตลอด 3 ปี และกระจกที่ใช้ก็ไม่ได้กัน UV จริงๆ แสงจากหน้าต่างทำงานเงียบๆ ทุกวันจนสีเริ่มจาง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะภาพวาดศิลปะต้องการวัสดุที่ต่างจากการกรอบรูปถ่ายทั่วไปในหลายจุด
ทำไมภาพวาดถึงต้องการการดูแลต่างจากภาพถ่าย
ภาพถ่ายสมัยใหม่ที่พิมพ์บนกระดาษ resin-coated มีชั้นป้องกันในตัวอยู่แล้ว แต่งานสีน้ำซึมลึกอยู่ในเส้นใยกระดาษที่ไม่มีชั้นป้องกันใดๆ ชาร์โคลและพาสเทลมีผงสีหลวมอยู่บนพื้นผิว สีน้ำมันบนผ้าใบต้องการอากาศถ่ายเทเพื่อไม่ให้เกิดความชื้นสะสม สิ่งเหล่านี้ทำให้การเลือกวัสดุต้องคิดตามประเภทของงาน ไม่ใช่แค่ขนาดและรูปทรงของกรอบ
สีน้ำ: วัสดุที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ
สีน้ำเป็นงานที่บอบบางที่สุดในแง่ของการกรอบ mat board ที่ใช้ต้องเป็น conservation grade ปลอดกรด 100% เพราะถ้ามีกรดสะสมอยู่จะกัดกระดาษและเกิดคราบน้ำตาลที่ขอบภาพแบบเดียวกับที่เกิดกับใบปริญญา นอกจากนั้นต้องมีช่องว่างระหว่างกระจกกับภาพเสมอ ถ้ากระจกแตะสีน้ำโดยตรง ความชื้นที่เกาะบนกระจกอาจทำให้สีติดหรือกระดาษเสียรูปได้เมื่อมีการขยายตัวตามอุณหภูมิ กระจกหรืออะคริลิคที่ใช้ควรกัน UV ไม่น้อยกว่า 99%


ดินสอ ชาร์โคล และพาสเทล: ห้ามใช้อะคริลิคเด็ดขาด
นี่คือจุดที่ผมเจอคนทำพลาดบ่อยที่สุด อะคริลิคมีคุณสมบัติสะสมประจุไฟฟ้าสถิตตามธรรมชาติ ซึ่งในสถานการณ์ทั่วไปไม่เป็นปัญหา แต่เมื่อนำมาใช้กับงานที่มีผงสีอยู่บนพื้นผิวอย่างหลวมๆ ประจุสถิตนั้นจะค่อยๆ ดึงผงสีออกจากกระดาษและทำให้ไปติดอยู่ด้านในของอะคริลิค เป็นความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้ สำหรับงานชาร์โคลและพาสเทลทุกชิ้น ต้องใช้กระจกแท้เท่านั้นโดยไม่มีข้อยกเว้น

สีน้ำมันบนผ้าใบ: กรณีที่มักไม่ต้องการกระจก
สีน้ำมันบนผ้าใบเป็นข้อยกเว้นที่น่าสนใจ เพราะแกลเลอรี่และนักอนุรักษ์งานศิลปะส่วนใหญ่จะไม่ใส่กระจกให้เลย สีน้ำมันที่แห้งสมบูรณ์แล้วไม่ต้องการการป้องกันจากความชื้นเหมือนงานบนกระดาษ และกระจกที่ปิดสนิทอาจกลายเป็นที่กักความชื้นได้ถ้าอุณหภูมิภายในเปลี่ยนแปลง สไตล์ที่เหมาะที่สุดคือกรอบลอยที่ภาพดูเหมือนลอยอยู่ในกรอบโดยไม่มีกระจกปิด ให้บรรยากาศแบบ gallery สมัยใหม่โดยไม่ต้องทำอะไรซับซ้อน ถ้าต้องการกระจกจริงๆ ก็ใส่ได้ แต่ต้องมีช่องว่างและใช้ UV glass

Fine Art Print และ Giclée: ตัวเลือกที่ยืดหยุ่นที่สุด
ภาพพิมพ์คุณภาพสูงที่พิมพ์ด้วยหมึก archival grade นั้นยืดหยุ่นกว่าในแง่ของการเลือกวัสดุ ใช้ได้ทั้งกระจกและอะคริลิค ถ้าต้องการประสบการณ์การชมภาพที่ดีที่สุด museum glass คือตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะสะท้อนแสงน้อยกว่า 1% ทำให้ภาพดูชัดเจนและสะอาดตาแม้ในห้องที่มีแสงจากหลายทิศทาง สำหรับงาน print ขนาดใหญ่กว่า 60 ซม. อะคริลิคเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าในแง่ของน้ำหนักและความปลอดภัยถ้ากรอบหล่น


สรุปตามประเภทงาน
| ประเภทงาน | กระจก | Mat Board | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| สีน้ำ | UV glass หรืออะคริลิค + ช่องว่าง | Conservation grade ปลอดกรด | ห้ามกระจกแตะภาพ |
| ดินสอ / ชาร์โคล / พาสเทล | กระจกแท้เท่านั้น | Conservation grade ปลอดกรด | ห้ามใช้อะคริลิคเด็ดขาด |
| สีน้ำมันบนผ้าใบ | มักไม่ใส่กระจก หรือ UV glass + ช่องว่าง | ไม่จำเป็น | ระวังการกักความชื้น |
| Fine Art Print / Giclée | UV glass หรืออะคริลิค | Conservation grade แนะนำ | ขนาดใหญ่ใช้อะคริลิคเพราะเบากว่า |
ก่อนสั่งกรอบ บอกร้านว่าภาพวาดด้วยอะไร เพราะนั่นคือข้อมูลที่สำคัญที่สุดในการเลือกวัสดุ ถ้าร้านถามแค่ขนาดโดยไม่ถามว่าเป็นงานประเภทไหน นั่นเป็นสัญญาณที่ควรถามเพิ่มก่อนตัดสินใจ ส่งรูปภาพวาดพร้อมบอกว่าวาดด้วยอะไรและขนาดเท่าไหร่มาทาง LINE ได้เลยครับ ผมแนะนำวัสดุให้ฟรี
ต้องการกรอบรูป? ปรึกษาเราได้เลย
ส่งรูปทาง LINE เราตอบภายใน 1 ชั่วโมงในเวลาทำการ